Fuction

ผม  icepanda ครับ เพอิญได้ไปอ่านนิทานดีๆ ของรุ่นน้องทีุ่รู้จักแต่งมา เลยเอามาฝากพี่ๆ น้องๆ ชาว Exteen ให้ได้อ่านกันครับ >.<

The Prince


 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าชายองค์หนึ่ง

 

เขาได้ออกเดิน ทางเพื่อตามหาเจ้าหญิงที่สวยที่สุดในโลก

 

เขาเดินทางข้ามน้ำ ข้ามทะเล ท่องเที่ยวไปหลายประเทศ

 

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเจอ เจ้าหญิงองค์หนึ่ง

 

 

เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยมากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต

 

ทำให้เขาหลงรักเธอ และอยากได้เธอมาเป็นคู่ชีวิต

 

แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เขา คิดไว้...

 

มีเจ้าชายที่มาจากหลายๆ อาณาจักรเข้ามาขอเธอแต่งงาน

 

แต่การที่จะแต่งงานกับเธอได้ต้อง ผ่านการทดสอบมากมายนานนัปประการ

 

ซึ่งในที่สุดเขาก็สามารถผ่าน การทดสอบเลือกคู่มาได้แต่เพียงผู้เดียว

 

ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้แต่งงานกับเจ้าหญิงนั้น

 

มีมังกรท่าทางดุร้าย ตัวหนึ่งได้ลักพาตัวเจ้าหญิงไป

 

เขาได้ออกตามล่าเจ้ามังกรจน ตามทันและขับไล่มันได้สำเร็จหลังจากที่ต่อสู้กับมันอย่างดุเดือด

 

และ ได้แต่งงานกับเจ้าหญิงและอยู่อย่างมีความสุขที่ปราสาทของตน...

 

The Princess...

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าหญิงองค์ หนึ่ง

 

เธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก

 

เธอ อยู่ในอาณาจักรที่ห่างไกลและเจริญรุ่งเรือง

 

เธอชอบออกไปเดิน เล่นในป่าเป็นประจำด้วยความรักที่มีต่อธรรมชาติ

 

จนกระทั่งวัน หนึ่งเธอได้พบกับพ่อมดรูปงามคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้น

 

ทำ ให้เธอหลงรักเขา และอยากอยู่เคียงข้างเขาชั่วชีวิต

 

แต่มันก็ ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดไว้...

 

มีเจ้าชายที่มาจากหลายๆ อาณาจักรเข้ามาขอเธอแต่งงาน

 

พวกเขาได้ฝ่าฝันกับการทดสอบเลือก คู่ของพระราชาซึ่งเป็นพ่อของเธอ

 

ซึ่งในที่สุดก็มีเจ้าชายคน หนึ่งที่สามารถผ่านการทดสอบมาได้แต่เพียงผู้เดียว

 

ทว่า... เธอไม่ได้รักเจ้าชาย เธอไม่อยากแต่งงานกับเขา ต่อให้พ่อมดจะมีหน้าตาน่ารังเกียจกว่าเจ้าชาย เธอก็ยินดีที่จะเลือกพ่อมดมากกว่าเสียอีก

 

ก่อนวันแต่งงาน เธอขอร้องให้พ่อมดคนที่เธอรักส่งมังกรมาพาตัวเธอไปให้ไกลๆ

 

แต่ เจ้าชายก็ตามมาทันพร้อมทั้งสู้กับมังกรจนกระทั่งมันพ่ายแพ้บินหนีไปและพาตัว เธอกลับไป

 

เธอไม่มีโอกาสได้เจอกับคนที่เธอรักอีกเลย ถึงได้แต่งงานแต่ก็ไม่มีความสุข...

 

The Wizard...

 

กาล ครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีชายหนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่ง

 

เขา เป็นคนที่มีจิตใจดีงามมาก

 

เขาอยู่ในป่าแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ ห่างจากอาณาจักรมากนัก

 

ซึ่งในอาณาจักรนั้นมีเจ้าหญิงที่สวย ที่สุดในโลกอยู่ด้วย

 

เขาแอบชอบเจ้าหญิงมานานแล้วแต่เพราะหน้า ตาไม่สู้จึงฝึกฝนเวทมนตร์เพื่อเป็นพ่อมด

 

และก็หาโอกาสออกมาพบ กับเจ้าหญิงจนได้

 

เขาได้ใช้เวทมนตร์เสกให้รูปกายให้งดงามยิ่ง กว่าผู้ชายคนไหนในโลก

 

ซึ่งเจ้าหญิงก็ตกหลุมรักเขา เขาตั้งใจว่าจะให้เธอรักเขาก่อนแล้วค่อยเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง

 

แต่ มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดไว้...

 

เขาเกิดกลัวขึ้นมาว่า ถ้าเธอเห็นหน้าตาจริงๆ ของเขาแล้วเธออาจจะรับไม่ได้

 

เขาก็เลย รู้สึกท้อใจ และคิดว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงจะไม่ดีแน่

 

จน กระทั่งวันหนึ่งเขาได้ข่าวว่ามีเจ้าชายรูปงามองค์หนึ่งผ่านการทดสอบเลือกคู่ ของพระราชาได้

 

ทว่า... ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมแต่งงานกับเจ้าชายเลย

 

ก่อนวันแต่งงาน เธอเข้ามาของร้องให้เขาพาเธอไปไกลๆ เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน

 

เขา ก็เลยเห็นว่าน่าจะเป็นการดีเลยส่งมังกรพาตัวเธอไปแล้วให้เจ้าชายไปช่วยเพื่อ ที่จะให้เธอเห็นว่ามีคนที่ดีกว่าเขา

 

เขาสั่งให้มังกรออมมือ ให้เจ้าชายและหนีทันทีที่เห็นว่าสู้มานานพอแล้ว แล้วเธอก็ได้แต่งงานกับเจ้าชายในที่สุด...

 

"หวังว่า เธอคงจะมีความสุขนะ..."


 

 

credit : น้อง  BaiMint @ facebook

บทความ "ละครไทย"ของ icepanda

posted on 17 Jan 2011 18:13 by chanceandtime in Fuction

สวัสดีครับทุกคน ผม icepanda ( ที่หายไปจาก CnT blog มานานมากกกกกกกกกกกกกกก ) กลับมาพร้อมกับ

บทความวิชาภาษาไทยเกี่ยวกับละครไทย ที่ตัวเองไม่ได้ส่งไป เพราะมันเลยกำหนดส่งมาแล้ว...  ( แล้วก็ไม่คิดจะส่งแล้วด้วย ) แต่กระนั้น ผมจะปล่อยสิ่งฟุ้งซ่าน ในหัว ที่ตัวเองนั่งพิมพ์ตอนตี 2 ไปมันก็น่าเสียดาย    จึงนำมาให้ได้อ่านเล่นๆ ถือซะว่า อ่านบทความบ้าๆ  ของเด็ก ม.ปลาย คนนึงนะครับ ^^

**ครับ...ก่อนอื่นผมขอเกริ่นก่อนว่าบทความที่ผมเขียนนี้ผมไม่ได้มีจุดประสงค์มุ่งร้ายหรือหวังร้ายกับใครผู้ใดหรือองกรณ์ใดๆ นะครับผมแค่เสนอมุมมองของผม ซึ่งอาจจะจริงบ้างเท็จบ้างอยู่ที่ผู้อ่านจะพิจารณาแล้วล่ะครับ

 

ละครไทย........

 

ณ.ปัจจุบันนี้  เราต่างก็รู้ว่า ประเทศของเรานั้นมีปัญหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองก็ดี เรื่องอื่นๆ ก็ดี

เรื่องรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้น มันทำให้ผมพลอยคิดในเวลาที่สมองเล็กๆ ของผมว่างจากกิจกรรมที่แสนยุ่งยากต่างๆ นาๆ

ว่า”เหตุ อะไรที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ?” หรือ “ทำไมคนเราถึงเกลียดคนที่ตัวไม่ได้รู้จักมักจี่ หรือ คนที่เคยสนิทกันด้วยได้มากมายขนาดนี้ ?”  แล้วสมองเล็กๆของผมก็วิเคราะห์ และแจกแจงปัจจัยต่างๆ เท่าที่มันจะคิดได้ออกมา

หนึ่งในนั้นผมจะขอกล่าวในบทความนี้นะครับ

 

ทำไมผมว่าละครไทยถึงไม่ดี ?

WTF!!!

   ในวันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสอ่านบทความของท่านผู้หนึ่งที่กล่าวถึงละครไทย ซึ่งมันทำให้ผมได้ฉุกคิด และทำให้ผมลองนั่งดูละครไทย ที่ทำซ้ำซากๆ มานานเป็นปีๆ  ด้วย loop ง่ายๆ คือ

“นางเอกเจอพระเอก >> ตัวร้ายจ้องจะแย่งทรัพสมบัตินางเอก >> หลองลวงหรือแกล้งตัวเอก >>ตอนสุดท้าย นางเอกพระเอกรักกัน ตัวร้ายไม่เป็นบ้าก็ติดคุก”   

   แล้วคุณค่ามันอยู่ตรงไหนกันล่ะ ?  คำถามนี้เคยมีคนตอบผมด้วยคำตอบที่ว่า “ละครไทยมอบศีลธรรมให้กับคนดู” ซึ่งถ้าเกิดเรามองและพิจารณาดูด้วยสมองอย่างจริงๆ จังๆ แล้วล่ะก็จะเห็นได้ว่ามันไม่จริงทั้งหมด และ สมองอันแสนเล็กน้อยและเพ้อเจ้อของผมมันบอกกับผมว่า ละครไทยแอบแฝงสิ่งที่น่ากลัวไว้อีกอย่างด้วยและนั้นก็คือ  “การปลูกฝังความรุนแรง”และ “รูปแบบการคิดเพียงด้านเดียว”...... 

   ครับไม่ผิดหรอกครับ อย่างแรก “การปลูกฝังความรุนแรง”  คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกนะครับว่า 90% ของละครไทยจะมีฉากที่ตัวร้าย”ตบ” หรือ “ทุบตี” นางเอกในละคร อย่างที่เรียกได้ว่าดุเดือดเผ็ดมันยังกับดูหนัง action เลยทีเดียว  และที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือการที่คนไทยเรา หลายๆคน “ชื่นชอบ” ฉากพวกนี้ แบบที่ละครเรื่องไหนไม่มีคือไม่ดูเลย มันแสดงให้เห็นว่าคนไทยเราชื่นชอบการใช้ความรุนแรงแบบไม่รู้ตัว เหมือนอย่างที่เมื่อก่อนมีคลิปวัยรุ่นตบกันให้ว่อนในเน็ต... มาต่ออีกอย่างนึงครับ

   นั้นคือ”รูปแบบความคิดเพียงด้านเดียว” เรื่องนี้ค่อนข้างลึกซึ้งและเพ้อเจ้อ(ยอมรับเลยว่าตัวผมเองยังว่าเพ้อเจ้อเลยครับ)แต่ก็ไม่อาจจะปล่อยผ่าน หรือไม่เขียนลงในบทความนี้ได้ เพราะว่ามันวุ่นวายอยู่ในสมองของผมมานานมาก

 

“รูปแบบการคิดด้านเดียว”


 

   มันเหมือนกับเวลาที่คนเรามองภาพ 2 มิติ เราจะเห็นแค่ด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้าเรามองแค่ภาพ 2 มิติ แต่ถ้าเกิดเรามองภาพ 3 มิติให้เป็น 2 มิติล่ะครับ ? จะเกิดอะไรขึ้น ? เราก็จะไม่สามารถมองด้านอื่นที่เหลือได้เลย มันทำให้เราพลาดด้านๆ ดีๆ อีกหลายๆด้านที่เราไม่ได้มองมัน.......  ผมกำลังจะพูดว่าถ้าภาพ 3 มิตินั้นเป็นมนุษย์ล่ะครับ ?  กลับมาที่เรื่องละครไทย อีกตัวละครนึง หรือ บทนึงที่เราลืมไม่ได้เลยคือ “ตัวร้าย” เพราะว่ามันเป็น “ตัวที่ทำให้เนื้อเรื่องหรือกลไกในเนื้อเรื่องดำเนินต่อไปได้”  แต่ที่มันไม่ดี หรือ ที่ผมมองว่าไม่ดี คือ “ตัวร้ายในละครไทยนั้น มีแค่ด้านเดียว”

   ตัวร้ายมีด้านเดียวคืออะไร ? คือมีแต่ด้านที่มืดมิด มีแต่ด้านที่ชั่วร้าย แต่กลับไม่มีด้านที่ดีเลยซักนิดเดียว ? มันเป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ครับ แม้แต่ฆาตกรโรคจิตเองก็มีมุมที่น่าสงสารของตัวเองเหมือนกัน (แต่น่าตกใจที่ตัวร้ายในละครไทยดีเลิศประเสริฐศรีทุกอย่าง ตั้งแต่การศึกษา ฐานะ ทางบ้าน แต่ดันไปตบกันยังกะ แม่ค้าในตลาด) และเมื่อกลับมามองที่คนดูแล้วเขาจะถูกทำให้เห็นว่า “คนที่กระทำอะไรๆ ร้ายๆ จะเป็นคนเลว คือ เป็นสีดำ เลยไม่มีขาวเจือปนซักนิดเดียว” แต่นั้นเป็นเรื่องที่ผิดครับ คนเรานั้นไม่มีขาวและดำ ไม่มีใครขาวล้วน ไม่มีใครดำล้วน ( อย่างมากก็เกือบดำ ) ทุกคนย่อมมีด้านที่ตัวเองเลวและดีกันคนละด้าน หากแต่ว่าเราจะถูกมองในด้านใดแค่นั้นเอง  ซึ้งนั้นเป็นเรื่องไม่สมควรสำหรับผมครับ

   ผมว่าคนเราน่าจะถูกมองอย่าง”รอบด้าน” มากกว่าถูกเลือกมองแค่ด้านใดด้านหนึ่ง หรือ การที่คนอื่นเห็นด้านใดเป็นด้านแรกและตัดสินว่าด้านทั้งหมดของเราจะเป็น”สี”เดียวกันทุกด้าน  หลายๆ คนคงกำลังสงสัยว่าการปลูกฝังความคิดมันทำกันได้ด้วยเหรอ ? ถ้าไม่เชื่อคุณก็ลองไปบอกเด็กแถวบ้านคุณว่า Sword อ่านว่า สวอด ไม่ใช่ ซอร์ด ทุกๆ วัน สิครับ... เด็กๆ เหล่านั้นก็จะเติบโตมาพร้อมกับจำว่า sword อ่านว่า สวอดไม่ใช่ซอร์ด... และก็จะเถียงทุกคนที่บอกว่า sword อ่านว่า ซอร์ด ไม่ใช่ สวอด.....

 

เมื่อเราหันไปมองซีรี่ย์ประเทศอื่นๆ กันบ้าง...


    และก็เป็นหลายๆ ครั้งที่ผมได้มีโอกาสได้ดูซีรี่ย์ต่างประเทศอื่นๆ  โดยเฉพาะ ซีรี่ย์เกาหลี หรือ ซีรี่ย์ญี่ปุ่น หรือไอ้ที่เรียกกันอย่างติดปากว่า “Anime” น่ะครับ สิ่งแรกที่ผมสังเกตุได้คือ ทุกๆ ครั้งที่ผมดูซีรี่ย์เหล่านี้จบผมมักจะได้อะไรหลายๆ อย่างที่นอกเหนือจากความ”สนุก”หรือความ”บันเทิง”ต่างๆ ได้นั้นคือเกล็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ จากซีรี่ย์เหล่านี้ เช่นถ้าใครเคยดูซีรี่ย์เกาหลีเรื่อง Take care your lady ( ถ้าเขียนชื่อผิด ขออภัยครับ ) คงจะรู้ว่า การเป็นพ่อบ้านไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หรือการหยิบมองสิ่งต่างๆ รอบตัวมาใช้ประโยชน์ หรือ อย่างน้อยที่สุดก็คงได้รู้วิธีการ present งาน ให้ดูน่าเชื่อถือแหละน่า (หลายๆ คนตอนนี้คงกะลังคิดว่า “แม่งติดซีรี่ย์เกาหลีแน่เลยว่ะ” สินะครับ 555  อยากบอกว่าไม่ใช่อ่ะครับ =e= แต่ผมติด anime 55  )

   หรือใครที่เคยดู anime เรื่อง  black jack ก็คงจะได้รับความรู้เกี่ยวกับศัลยแพทย์ เล็กๆ น้อย หรือใครที่เคยอ่าน airgear คงได้รับความรู้วิทยาศาสตร์ ไปเต็มๆ ทั้งๆที่การ์ตูนมันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ( ฮา )  นี้ยังไม่ได้พูดถึงซีรี่ย์จากฝั่งยุโรปนะครับ = = ( เพราะผมจำชื่อไม่ได้ เลยไม่ได้พูดถึง ( ฮา ) )

 เอ้ากลับมามองละครไทยกันบ้าง......


   จริงๆ ผมว่าละครไทยดีๆ ก็มีเยอะนะครับเพียงแต่เราไม่สนใจ หรือ ไม่ได้ให้”ความนิยม” กับมันกันเองแหละ

อาทิเช่นเรื่อง  “อุ้มรัก” ที่พี่เคนกับพี่แอน เล่นคู่กัน >.< ผมชอบเรื่องนี้มากครับ และคิดว่าหลายๆ คนคงชอบเหมือนกัน  เพราะมันสอนให้รู้ว่า “ความผิดพลาด” บางทีมันก็ก่อให้เกิด “สิ่งที่ดีกว่า” บ้างเหมือนกัน  (แถมมันยังไม่ได้ใช้ loop ที่ผมกล่าวถึงในตอนต้นอีกด้วย !! )  และพอมองมาดูละครในปัจจุบัน ก็คงมีเรื่อง “365 วัน” ที่จบไปแล้ว แต่เรตติ้งไม่ดีนัก (โดยส่วนตัว ผมให้ค่าเรื่องนี้มากนะครับ - -* แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ชอบ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ) จากที่กล่าวถึงมา ก็พอจะมีความหวังกับละครสมัยใหม่นี้บ้าง = =   แต่ในสิ่งที่มืดมิดมันก็ยังพอมีแสงสว่างอยู่บ้างนั้นคือ “ซิทคอม” นั้นเอง

  โดยส่วนตัวผมแล้ว ซิทคอม ประเทศไทยนั้น มีสาระและบันเทิงมากกว่าละครเรื่องยาวซะอีก โดยการเล่นรูปแบบง่ายๆ ที่สร้างสถานการณ์ให้ตัวเอกในตอนนั้นๆ ได้แก้ปัญหา และสรุปปัญหาทั้งหมด ในตอนท้าย พร้อมข้อคิดต่างๆ โดยมีมุขตลกต่างๆ นาๆ แทรกอยู่ในตอน เปรียบเทียบแล้วมันก็เหมือนกับ “ยาเคลือบช๊อคโกแลต” แหละครับ ^^  คือรับประทานง่าย ได้สาระ ความรู้เล็กๆ น้อยๆ ( แต่ก็แอบรำคาญ ช่วงโฆษณาให้สปอนเซอร์นิดหน่อย - -* )

 

 ทิ้งทวนก่อนจาก !!

 

   สิ่งที่ผมพล่ามมาทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการสนองตัณหาของตัวเอง ( หรือไอ้ที่บางคนเรียกกันว่าสำเร็จความใคร่ทางความคิดนั้นแหละครับ - -* ) และส่วนหนึ่งก็คืออยากให้ทุกคนได้รู้ถึงสิ่งที่ผมคิด เพื่อที่อย่างน้อยคนที่มีโอกาสได้อ่านอาจจะได้กระตุกความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้กันบ้าง ( หรือที่หวังที่สุดคือให้ผู้จัดละครได้มีโอกาสได้อ่านบ้างน่ะครับ ) เพราะทุกวันนี้เรามัวแต่ไปโทษปัญหาใหญ่ๆ ต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเรื่องการเมืองก็ดี เรื่องอื่นๆ ก็ดี แต่ไม่ได้กลับมามองปัญหาที่มีอยู่รอบๆ ตัว หรือ อาจจะรู้ แต่ปล่อยมันเลยผ่านไปโดยไม่ทำอะไร....  และสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอกก็คือ เราทุกคนต่างรับความบันเทิงต่างๆ เข้ามาโดยที่ไม่ได้พิจารณาเลยว่าสิ่งนั้นมีโทษหรือมีประโยชน์อย่างไรกับชีวิต ไม่ได้ละเอียดละไมที่จะหาความรู้จากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต่างเสพมันเลยซักนิด...... ไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่ทำออกมานั้นสมควรแล้วที่จะให้พวกเราเสพงั้นหรือ ? ....  ผมว่าเราน่าจะเลือกได้นะครับ ... ไม่เช่นนั้นผมคงต้องทนดูละครเรื่องเดิมๆ ที่มีรูปแบบการดำเนินเรื่องเดิมๆ และเห็นฉากเดิมๆ ไปอีกนาน......

 

ขอขอบคุณ คุณ Ethan B ที่เคยเขียนบทความหนึ่งลง Weekly online ที่เกี่ยวกับละครและจริยธรรมซึ่งเป็นแรงบัลดาลใจให้ผมอยากเขียนบทความต่างๆ ครับ

ขอบคุณ Amankis ที่ไม่ลืมกันว่ามีผมอยู่ใน CnT ครับ (และรูปที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับเรื่องเท่าไหร่...)

และสุดท้าย ขอขอบคุณ ผู้อ่านทุกๆ ท่าน(ถ้ามี) ที่อุตส่าทนอ่านบทความจากสมองน้อยๆ ของผมครับ

 

 

AManKis : ชิท...วาดหัวเบี้ยวนี่หว่า!!!